All Review

New York Steak House at JW Marriott Bangkok

24 ธ.ค. , 2017   Gallery

จากรอบที่แล้วที่เค้าชวนไปชิมเนื้อที่ร้านนี้ก็ทำให้เราอดใจไม่ไหว เลยไปลองกินแบบจริงจังชุดใหญ่เวอร์วังมาก ๆ เรียกได้ว่านัดเพื่อนกันที่ร้านตอน 19.00 น. ออกจากร้านนี่ก็ 23.00 น. โอ้ยกินอะไรกันขนาดนั้น ตามมาเลยกับร้าน New York Steak House ที่โรงแรม JW Marriott Bangkok ครับร้านนี้เค้าขึ้นชื่อเรื่องเนื้อ และอาหารอื่นๆ นี้เค้าก็ได้ Chef สุดเก่งมาด้วยอย่าง Executive Chef Kevin B. Thomson เนี๊ยนางเชี่ยวชาญเรื่องเนื้อมามากกว่า 25 ปีเลยละครับ ต่อด้วย Chef Suriyan Phonken เชฟที่เป็นคนไทยและถือได้ว่าเป็น Chef ใหญ่ประจำร้านเลยครับ ผมขอเค้าเข้าไปถ่ายเตาย่างในครัวนิดนึงนี่ เซฟมองแรงใส่สุดพลัง ก็ต้องเข้าในร้านเค้าด้วยนิดนึงนะครับ เพราะร้านเค้าค่อนข้างเคร่งเรื่องนี้มาก แม้แต่พนักงานเสริฟของทางร้าน เค้ายังไม่ให้เข้าไปในครัวเลยฮะ ร้าน New York Steak House เป็นร้านอาหารแบบ Fine Dining หรือจะเรียกว่าร้านอาหารระดับบน (ร้านหรู) นั่นเอง ซึ่งทุกอย่างที่นี่จะไม่มีการปรุงไว้ก่อนนะครับ สั่งใหม่ ปรุงใหม่ ทุกจาน จานไหนออกมาแล้วไม่ใช่แบบที่ลูกค้าสั่งหรือต้องการ เค้าจะทำให้ใหม่ทันทีแบบไม่อิดออดใด ๆ นอกจากนี้เค้ายังจะต้องมีผู้เชี่ยวชาญทางด้านไวน์ และอาหารทุกจานที่เสริฟ พนักงานของทางร้านจะต้องมีความรู้ในสิ่งที่เค้าเอามาเสริฟเราเป็นอย่างดีครับ เรียกได้ว่า การจะทำงานในร้านแบบนี้ก็ยากแล้วนะครับต้องศึกษาหาความรู้มาก ๆ

ร้านนี้ตั้งอยู่ที่โรงแรม JW Marriott Bangkok สุขุมวิท ซอย 2 ครับถ้านั่งรถไฟฟ้าไปก็ลงสถานีเพลินจิต จะเดินใกล้กว่าครับ  เข้ามาหน้าร้านจะเจอ Counter ต้อนรับครับ ด้านหลังเต็มไปด้วยไวน์ แน่นอนละซิร้านระดับนี้ โรงแรมก็ระดับ 5 ดาวนะครับ ไม่ธรรมดาอยู่แล้ว

และพนักงานก็พาเรามานั่งถึงโต๊ะเลยฮะเนื่องจากมากันหลายคนและบอกเค้าว่า พวกเราเสียงอาจจะดังหน่อยเพราะเป็นอีกลุ่มที่โวยวายฮ่าๆๆ เค้าเลยจับเราเข้าห้องเลย ได้ความเป็นส่วนตัวไปอีก ซึ่งรูปภาพและการตกแต่ร้านก็จะเป็นรูป New York สมัยก่อนเลยละครับ ทั้ง Empire Stage, Time Square ที่เป็นตึกตอนช่วงแรก ๆ ก็มี

ระหว่างทางเราจะเจอชั้นที่เค้าห้อยสิ่งนี้เอาไว้มันคือ ถาดที่เค้าจะเอาไว้รองจานอีกทีครับ จานที่ร้านนี้ระวังร้อนนะครับ เวลาเค้ายกมาวางให้เราเนี๊ย เค้าจะบอกเราว่าระวังจานร้อน เพราะถ้าจานมาแบบเย็น ๆ อาหารมันจะอุณภุมิเปลี่ยนทำให้รสชาติเปลี่ยนนะครับ เรียกว่า ใส่ใจในทุก ๆ รายละเอียดของการกินจริงๆ  ซึ่งที่รองอันนี้เป็นไม้เนื้อแข็งทั้งชิ้นเลยครับ หนักมาก

ใครจองเอาไว้เค้าจะมีป้ายมาวางเอาไว้แบบนี้ด้วยนะฮะ ^^

ผ้ากันเปื้อนของทางร้านครับ ซึ่งพนักงานเค้าจะมาเปิดผ้ากันเปื้อนให้เราด้วยนะครับ

ดึงผ้าดังปั้บ ๆ ๆ แล้วก็วางลงให้เราใช้กันเปื้อนครับผม ^^

via GIPHY

เมนูของทางร้านครับ คือตัวเนื้อที่เป็น Steak นี่เค้าจะมีแบบ BONE IN คือแบบติดกระดูกครับและเป็นเนื้อระดับ PRIME ที่เรียกได้ว่าเป็นเนื้อที่ดีที่สุดของเนื้อที่ดีที่สุดอีกทีด้วยแหละครับ ซึ่งเนื้อของที่นี่ส่วนใหญ่จะมาจาก 2 ที่คือประเทศสหรัฐอเมริกา และออสเตรเลียครับ ผมทานอะไรไปบ้างเดี่ยวเรามาดูกันครับ

เปิดกันด้วยขนมปัง 4 แบบที่เป็น Complementary ก่อนนะครับ ก็จะมี โฮววีท ซาเซมี โพกาเซีย ออนเนี่ยน พร้อมเนยสด 2 แบบ butter กับ garlic butter ส่วนตัวผมชอบ garlic butter เพราะมันหอม ๆ เค็มๆ ใครไม่ชอบกินกระเทียมก็อาจจะข้ามไปก่อนแน่นอนขนมปังทั้ง หมดนี้อบพร้อมกันครับ เลยต้องใช้มีดตัดหน่อยพนักงานเค้าจะตัดให้เราได้นะครับ แล้วเราค่อยคีบออกมาวางที่จานเราเองได้อันนี้เตือนไว้ก่อนอย่ากินเยอะนะเดี่ยวจะอิ่ม บางทีตอนรออาหารเนี๊ย เค้าสิ่งนี้มันอร่อยและเพลินมากจริงๆ

เริ่มกันด้วยอาหารเรียกน้ำย่อยก่อนครับหรือแอพพิไทเซอร์ (APPETIZER)  Escargots in Creamy Garlic Butter 490++         มาพร้อม French garlic bread  

หอยทากฝรั่งเศษอบเนยกระเทียมครับ หอยทากนี่ทำยากนะครับ ไหนจะต้องรอคลายเมือกและ ฯลฯ กว่าจะเอามาทำได้ เค้าต้องใช้กรรมวิธีเป็นสัปดาห์​ ๆ เพื่อให้คลายเมือกและอาหารของเสียต่างๆ ของหอยทากออกมาให้หมดก่อนด้วยแหละครับ แซบมากจานนี้

สำหรับเครื่องดื่มนั้นก็สามารถสั่งได้ตั้งแต่ Cocktail, Mocktail, Wine มากมายเลยครับ

ข้อดีของการไปหลายๆ คนก็คือเราสามารถสั่งหลายๆ อย่างแล้วแชร์กันได้นั่นเอง ร้านนี้เค้าก็จะแบ่งอาหารต่างๆ ที่เราสั่งไปมาให้พอดีจำนวนคนเลยละครับ

เริ่มกันด้วย French Onion Soup 380++ ซุปหัวหอมนั่นเองครับ อันนี้รสชาติจะเบาสุดในบรรดา ซุปทั้ง 3 แบบของทางร้านครับ

ต่อกันด้วย Lobster Bisque 490++ ซุป ล็อบสเตอร์บิสค์ หรือซุปกุ้งล็อบสเตอร์นั่นแหละครับ  ความเข้มข้นนี้ต้องบอกว่า กลิ่นล็อบสเตอร์มาเต็มๆ ครับ มีเนื้อล็อบสเตอร์มาด้วยนะครับ อันนี้ผมถือว่าเป็นซุป ล็อบสเตอร์บิสค์ที่ผมชอบมากที่สุดหลังจากที่ลองมาหลายๆ ที่กลิ่นของกุ้งของที่  New York Steak House เค้าทำมาได้ดีมากครับ ไม่แรงเกินไป 

มาต่อกันที่ซุปเห็ดทรัฟเฟิลกันดีกว่าครับ Truffle Mushroom Soup 460++ เห็ดที่ราคาแพงที่สุดในโลก เค้าก็เอามาทำซุปกันด้วยฮะ ซึ่งซุปของที่นี่ก็มีความเป็นทรัฟเฟิลมาเต็มๆเลยแหละ 

มาต่อกันที่สลัดกันบ้างครับ SALADS Caesar Salad 530++  เอาฮะอันนี้เค้าจะยกมาคลุกให้ข้างๆโต๊ะเราเลยทีเดียว 

สำหรับทีเด็ดของที่นี่แน่นอน Ceasar Salad เค้าใส่ กรูตองซ์มาด้วยครับกรูตองซ์ของร้านนี้คือเข้มข้นมาก และไม่มีความมันเลยครับ ถาม chef เค้าบอกว่าใช้  low heat ไปเรื่อยๆ จนกว่ามันจะแห้ง โอ้ว

เอาละฮะ พาชมตู้ที่เค้าเลี้ยงหอยนางรมเอาไว้บ้าง และก็ล็อบสเตอร์ด้วยครับ นอกจากนี้ แอบเข้าไปถ่ายในครัวมานิดหน่อยอย่างเนื้อต่าง ๆ เนี๊ยเค้าก็จะมีการเตรียมเนื้อก่อนที่จะเอาขึ้นเตา Grill กันในครัว ฉะนั้นความสะอาดต้องมาเป็นอันดับแรกฮะ ครัวที่ร้าน New York Steak House นี้สะอาดและเรียบร้อยมาก ๆ

ก่อนที่เราจะไปถึง Main course เราได้สั่ง side dish ไปด้วยครับ ซึ่งมีดังนี้ฮะ
Green Asparagus 300++ (มาพร้อมซอส Hollandaise)
N.Y. Steakhouse Truffle Mac & Cheese 300++ อันนี้หน้ากรอบอร่อยมาก
New York Hash Brown Garlic Potato 150++ อันนี้รสชาติกลางๆ ครับ แต่ชิ้นใหญ่อยู่

เอาละพนักงานเค้าจะเอาอาวุธคู่กายเวลาเราจะทาน Steak มาให้เลือกแล้ว มีดนั่นเอง มีดสำคัญมากนะครับ เวลาทาน Steak ร้าน Steak ที่ดีๆ เค้าจะมีมีดให้ลูกค้าเลือกหลายแบบ เราชอบแบบไหนก็หยิบด้ามนั้นได้เลยครับ ระวังด้วยนะ มีดคมมาก ๆ ครับ

และจานแรกก็มา U.S. Prime Surf & Turf  3,400++ Live Maine lobster, 6 oz USDA prime filet mignon, garlic butter sauce

เซิร์ฟแอนด์เทิร์ฟจานนี้มีล็อบสเตอร์, เนื้อระดับ prime ส่วนฟิเล่มิยอง ก็คือเนื้อวัวส่วนสันในนั่นเองครับเป็นเนื้อส่วนที่นิ่มแต่ไม่มัน คุณผู้หญิงหลายๆ คนน่าจะชอบครับ

Cape Grim “The Bone in Natural Beef” 2,600++ 10 oz Australian Premium Grass-Fed Tenderloin Bone In
มาต่อกันที่สันในแบบ ติดกระดูกกันบ้างครับ และเจ้าชิ้นนี้มาจากวัวที่ทานแต่หญ้าชั้นดีด้วยนะครับ รสชาติก็จะแตกต่างกับวัวที่ถูกเลี้ยงด้วยธัญพีชต่างๆ อันนี้จะมีความเป็นหญ้า ๆ ติดมาด้วยฮะ ส่วนตัวผมชอบเจ้าเนื้อชิ้นนี้มากที่สุดเพราะรสชาติดีมาก ๆ จิ้มเกลือนิดหน่อย เอาเข้าปากอร่อยเลยครับ

Rib Eye (14 oz) 2,950++ U.S. Prime Beef All our American Steaks are cut from the highest USDA Certified Prime Beef.
ต่อกันที่ริบอายแบบติดกระดูกครับ อันนี้จะเป็นแบบเลี้ยงด้วย grain fed หรือเลี้ยงด้วยธัญพีชครับซึ่งรสชาติก็จะแตกต่างกันออกไปนะครับวิธีกินเนื้อแบบนี้ก็คือหั่นแล้วก็กินเปล่าๆ  ก่อนนะครับ จะได้รสชาติของเนื้อจริง ๆ แล้วค่อยเลือกเอาว่าอยากจะจิ้มกับอะไรบ้างครับ

Chef Suriyan แกมาหั่นเจ้าชิ้นนี้ให้ดูเลยฮ่า

เนื้อ Medium Rare สีจะต้องเป็นชมพูเยอะๆ มีแดงนิดหน่อย นิ่มมาก ๆ เลยครับแบบเอาเข้าปากแล้วแทบจะไม่ต้องเตี้ยวกันเลยทีเดียว

เอาละ กินกันเถอะพวกเรา

เอาละครับ หลังจากหั่นเสร็จแล้วทั้งหมด 3 จานที่ผ่านมาเราก็แบ่งกันครับ 5 คน ผมได้ก้าม lobster อันใหญ่มาฮะ อีเพื่อนข้าง ๆ นางได้อันเล็ก บ่นใหญ่ ฮ่าๆๆๆๆ ฉันสวยไงล่ะ เสร็จแล้วพนักงานก็จะมาตัก mustard ไว้ให้บนขอบจานครับ จะมี 3 แบบคือ english mustard, dijon mustard และ whole grain mustard

นอกจากนี้ยังมีเกลืออยู่ในกระปุกที่ไม่ใช่เกลือธรรมดา ๆ มันคือเกลือเห็ดทรัฟเฟิล โอ มาย ก๊อดดดดดดดดดด เปิดฝาเท่านั้นแหละ หอมเวอร์ แต่เปิดแล้วต้องรีบตักใส่จานนะครับ เพราะกลิ่นอบอวลจนแบบกลบกลิ่นเนื้อหมดเลยฮ่า เอาเนื้อจิ้มเกลืออันนี้กินคืออร่อยฮะ ผมก็เลยจิ้มแค่นี้แหละ แล้วอยากลองกับมัสตาร์ดอันไหนก็ลองดูนิด ๆ หน่อยๆ  พอแล้ว

เอาละครับ หลังจากล้มวัวกันไปแล้วเรามาต่อกันที่ขนมกันบ้างฮะ ของหวานรอบนี้เราสั่งกันไป 3 จานเอาจริงๆ ก็แย่งกันกินแหละจะได้ลองทั้งหมดเลย

 

เริ่มจาก Selection of Forest Berries 450++ จานนี้จะเป็นรวมเบอร์รี่สด และด้านบนเป็นราสเบอร์รี่ไอศครีม ในจานนี้ก็จะมีตัวมะม่วง coulis หรือมะม่วง พูเร่ ที่เค้าเอาไปกวนกับน้ำตาลค่อยๆ เติมน้ำ จนมันเป็นเหมือนซอสมะม่วงเข้มข้นครับ โรยเบอร์รี่มาแบบรัวๆ  จานนี้สดชื่นฮะ 

ต่อกันด้วย N.Y. Steakhouse Cheesecake 260++ เป็นชีสเค้กเนื้อเนียน ตกแต่งด้วยเบอร์รี่และ key lime syrup พร้อมน้ำผึ้งครับ ตัวชีสเค้กอร่อยนะครับ ไม่หวานเกินไป 

มาต่อกันด้วย The Chocolate Dream 500++ อันนี้เป็น chocolate lava แหละครับ และก็มีเบอร์รี่ซอสมาด้วยครับ ด้านข้างมีความพิเศษคือเป็นไอศครีมของ Häagen-Dazs รสวนิลลา ตัวนี้คืออบมาร้อนๆ  เลยครับ และรสชาติเข้มข้นไม่หวาน ชอบฮะ

นี่คือข้อดีของการไปกันหลายๆ คนครับ ส่วนตัวแล้วผมว่าไปกันแบบนี้แล้วแชร์อาหารกันนี้มันดีจังเพราะเราได้กินหลายแบบครับ รอบนี้กินกัน 5 คน ถือว่าเพลิน อร่อย และสนุกมาก ๆ ครับ พบกันใหม่ ร้านหน้านะครับ

สำหรับใครอยากตามไปชิมแนะนำให้จองโต๊ะกันก่อนนะครับเพราะบางวันคนเต็มนะครับ
สำรองที่นั่งได้ที่ โทร. 026567700
เว็บโรงแรม http://jwmarriottbangkok.com/american-bone-in-beef/
Facebook www.facebook.com/JWMarriottBKK
Instagram www.instagram.com/JWMarriottBKK

, , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , ,


By



Comments are closed.